ไปดู "ช้าง" กับเรามั้ย : Chang International Circuit

ไปดู "ช้าง" กับเรามั้ย : Chang International Circuit

ไม่ต้องเอะใจว่า เอ๊ะ... นี่เป็นพี่น้องกับเคนดัล และ ไคลี่ย์ เจนเนอร์ สุดยอดแฟชั่นไอค่อนของโลกแห่งยุครึป่าว
อืม .... ที่เบ้าหน้ามีความละม้ายคล้ายคลึงกับสาวๆ บ้านนี้ จริงๆ เราเป็นแฝดพี่ของไคลี่ย์ ชื่อ ขี้ไหล แต่พอดีเกิดมาเป็นยีนส์ด้อยของบ้าน ก็เลยโดนเฉดหัวตัดออกจากกองมรดก เดอะ คาร์เดเชี่ยน

อืม .. ควรตื่น เอาล่ะ เข้าเรื่อง ...



ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนนะคะ ว่ากระทู้นี้เป็นกระทู้แรกของเรา ส่วนล็อคอินนี่ก็ยืมพี่ที่ทำงานมาค่ะ ส่วนที่เห็นหน้าฝรั่งๆ แบบนี้ คงไม่ต้องตามสืบ ไม่ใช่ไทยแท้แน่นอน แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นของวันนี้ ประเด็นของวันนี้คือเราจะมา “อวด” ค่ะ กระทู้นี้งานอวดเท่านั้น

ขอเล่าเรื่องชีวิตเราคร่าวๆ ก่อนนะคะ เห็นหน้าเราแหม่มๆ แบบนี้ แต่ความจริงเราเป็นเด็กบุรีรัมย์แท้ๆ แต่ดั้งเดิมเลยล่ะ ใช่แล้วค่ะ คุณฟังไม่ผิดหรอก... “บุรีรัมย์” อีกทีนะ บุ – รี - รัมย์ อีกทีมั้ย บุ... พอออ!

ตั้งแต่เด็กจนโต บุรีรัมย์บ้านเรา คือเมืองที่ได้รับการติดแบรนด์ และตราหน้าโดยทุกสมาคมของประเทศไทย ว่าเป็นดินแดนแห่งความบ้านน๊อก...บ้านนอก หรือที่ภาษาเขมรบ้านเราเค้าเรียกว่า “เซราะกราว” อาจด้วยที่บ้านเราเป็นเมืองชายแดน รั้วติดกับประเทศเพื่อนบ้านแบบใกล้ชิดสนิทสนม แบบคางเกยคาง แถมสภาพเศรษฐกิจและสังคมของบุรีรัมย์แต่ก่อนก็ไม่หวือหวามากนัก เชื่อมั้ยคะ... ตอนเด็กๆ เวลาเราเข้าไปเรียนพิเศษช่วงปิดเทอมที่กรุงเทพฯ พอเราแนะนำตัวว่ามาจากบุรีรัมย์ เพื่อนบางคนยังถาม “บุรีรัมย์อยู่ภาคไหนของประเทศ” เอ่อ... มันจี๊ดดดมากค่ะคุณขา

แต่ในที่สุด... ศักราชของเมืองเซราะกราว ก็มาถึง

เมื่อ 5-6 ปีที่ผ่านมา โฉมหน้าของเมืองบุรีรัมย์ก็ได้เปลี่ยนไป จุดเริ่มต้นมาจากการก่อตั้งของสโมสรบุรีรัมย์ เอฟซี หรือที่ปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็น “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” สุดยอดสโมสรฟุตบอลของเมืองไทย ที่ชื่อเสียงดังกระฉ่อนไปไกลถึงในระดับเอเชีย และชื่อเสียงที่โด่งดังของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นั้น ก็นำพาจังหวัดบุรีรัมย์ให้เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ

และความโด่งดังนี้เอง ที่ได้ดึงดูดทั้งแหล่งเงินทุน และประชาชนคนไทยนับล้านๆ คนต่อปี ให้เข้ามาเที่ยว เข้ามาสัมผัสกับเมืองใหม่ ที่กำลังก่อร่างสร้างตัวขึ้นมา ด้วย “สมอง” และ “สองมือ” ของคนบุรีรัมย์ล้วนๆ บนพื้นฐานของสโลแกน “เมืองกีฬา เพื่อการท่องเที่ยว” จนทำให้ปัจจุบัน บุรีรัมย์...ติด 1 ใน 12 เมืองต้องห้ามพลาด โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอีกด้วย


เอาล่ะค่ะ พอพูดมาถึงเรื่องการท่องเที่ยวของบุรีรัมย์ หลายๆ ท่านถ้าไม่นึกถึง สนามฟุตบอลไอ-โมบาย สเตเดียม รังเหย้าของขุนพลปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็คงจะนึกถึงสุดยอดโบราณสถาน ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง ปราสาทหินสีชมพู ศาสนสถานโบราณที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาพนมรุ้ง ใช่มั้ยคะ?

ถ้าใช่ บอกเลยว่า... โน่ว..

ไม่ค่ะ วันนี้เราจะไม่พูดถึงสองที่นี้กันค่ะ แต่เราจะพาท่านไปรู้จักกับอีกหนึ่ง “ปราสาทยุคใหม่” ที่เต็มไปด้วยความเร็ว ความแรง และความมันส์ เหมาะกับชะนีแก่นเซี้ยวเปรี้ยวซ่าอย่างเรากันดีกว่าค่ะ


วันนี้ เราจะพาทุกท่านมาชมอีกหนึ่ง “สุดยอด” ของจังหวัดบุรีรัมย์ และยังเป็นหนึ่งในสุดยอดในระดับโลกอีกด้วย นั่นก็คือ “สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต” สนามแข่งรถมาตรฐานโลก แห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย

ซึ่งสนามแห่งนี้ เป็นสนามแข่งรถแห่งเดียวในเมืองไทย ที่ได้รับมาตรฐาน FIA Grade 1 สามารถรองรับการจัดการแข่งขันรถสูตร 1 หรือ ฟอร์มูล่า 1 และ FIM Grade A สามารถรองรับการแข่งขัน Moto GP ได้ค่ะ และที่สำคัญไปกว่านั้น ที่นี่ก็คือที่ทำงานของสาวสวย เด็ด เผ็ด แซ่บ ที่สุดในจังหวัดบุรีรัมย์ ขี้ไหล เจนเนอร์ อีกด้วย เอ้า... ปรบมือออ...! (กริบ!)

แต่เดี๋ยวก่อน... หลายท่านอาจจะสงสัยว่ากระทู้นี้เป็น CR หรือ SR ? ขอออกตัวไว้ก่อนเลยค่ะ ว่าภาพและเนื้อหาในกระทู้นี้ เป็นภาพที่เรากับเพื่อนๆ ที่ทำงานรวบรวมกันมาจากหลายๆ อีเว้นต์ หลายๆ งาน บางส่วนเป็นภาพจากงานที่เอาไว้นำเสนอลูกค้าบ้าง หรือบางภาพก็ถ่ายกันเล่นๆ ช่วงเวลาในการถ่ายเลยอาจจะกระโดดไปกระโดดมาบ้างนะคะ ส่วนข้อมูลหากตกหล่นหรือผิดพลาดประการใด เราขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่า กราบบบ...


ขอย้อนกลับไปถึงเรื่องราวก่อนจะเดินทางมาถึงบุรีรัมย์ก่อนนะคะ

สำหรับท่านที่จะเดินทางมาบุรีรัมย์ ตอนนี้บ้านเราไฮโซแล้วนะ เพราะมีทั้ง เครื่องบิน รถทัวร์ แล้วก็รถไฟ ที่สามารถเดินทางมาถึงได้ จะขาดก็แต่ทางเรือไททานิคกับดำดินมานี่แหละ (ถ้ามาได้เมื่อไหร่คงไฮโซขึ้นอีกหลายเบอร์เนอะแกร)  

ทางเครื่องบิน ท่านมาบุรีรัมย์ได้ โดยมีเที่ยวบิน ไป-กลับ บุรีรัมย์-ดอนเมือง วันละ 4 เที่ยว เป็นเที่ยวบินของนกแอร์ และแอร์เอเชีย เที่ยวไหน เวลาไหนบ้าง พอดีไม่ได้ค่าโฆษณา ไปตามหากันเองนะ

ส่วน รถทัวร์ ก็มีอยู่หลายบริษัทนะ ที่ดังๆ นอกจากของบริษัทขนส่งแล้วก็น่าจะเป็นนครชัยแอร์ฯ ที่มีรถวิ่งไปมาระหว่างกรุงเทพฯ – บุรีรัมย์ วันละ 10 กว่ารอบ สนนราคาค่าตั๋วอยู่ที่ 300 กว่าบาทเท่านั้น อันนี้น่าจะเป็นการเดินทางที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้มากที่สุดแล้วล่ะ (เราขึ้นบ่อยจนร้องเพลงนครชัยฯ ได้ละ ถ้าอยากจะไปภูเขา อยากไปเดินชมนก ชมไม้ ชมดาว...)

และในภาพ ก็คือสถานีรถไฟบุรีรัมย์ เอาจริงๆ ในส่วนของรถไฟนี้เราไม่เคยนั่งนะ แต่คิดว่าราคาคงไม่ต่างจากรถทัวร์เท่าไหร่ แล้วรถไฟฟรีก็คงจะมีด้วย ยังไงลองเช็คราคาและตารางกับการรถไฟดูนะคะ

ส่วนถ้าจะขับรถมาเอง ก็ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง กับระยะทางเพียง 383 กิโลฯ เท่านั้นเองค่ะ


สวยทุกองศา ร้อนฉ่าทุกมุมมอง อร๊ายยย เขินนนน (เมิงเขินใคร???)
ภาพนี้ พอดีรถไฟจอดรอสลับราง (หรือสับราง?) อยู่ที่สถานีค่ะ ซักรูปสิคะ รออัลไล


ภาพนี้ถ่ายที่หน้าสถานีรถไฟค่ะ

ข้างหลังสูงๆ ที่เห็น คือหอนาฬิกาเก่าแก่ของจังหวัดบุรีรัมย์ ส่วนด้านขวาของภาพ ถ้าชะนีร่างยักษ์ไม่บังไว้ ก็จะเป็นร้านลูกชิ้นยืนกิน อีกหนึ่งจุดขายของเมืองบุรีรัมย์

ส่วนรถตุ๊กๆ คันในภาพ ตอนนี้กำลังเข้าอู่ เปลี่ยนยางทั้ง 4 ล้อไปแล้วคร่า (มันทำไมๆๆ ด๊ำดำ ทำไมแขนใหญ่ คนอะไรขาโต มันทำไมๆ ด๊ำดำ... เสียงเฮียโต๊ะข้างๆ เปิดเพลง กรี๊ดดด... อิเฮีย ปิดเพลงเดี๋ยวนี้!!!)


ลุง : อีหนูๆ ขยับออกห่างลุงอีกซักนิด
ชะนี : ทำไมลุง หนูเซะซี่ไปเหรอ กลัวเมียหึงงี้?
ลุง : ป่าว แต่แขนกรูจะหักแล้ว ที่เกาะอยู่นั่นแขนเมิงหรือท่อนซุง!!!
ชะนี : ...! เงิบบบ

จริงๆ ภาพนี้ชุดนี้ เราถ่ายไว้ตอนทำพรีเซนต์ส่งลูกค้าค่ะ ตั้งใจจะนำเสนอการเดินทางในตัวจังหวัดให้ลูกค้า แต่ด้วยความสวยของเราที่อาจจะมากเกินไป เจ้านายคงกลัวลูกค้าใจแตก จึงสั่งล้มโปรเจคต์ ทำให้งานพรีเซ้นต์ตัวนี้เป็นหมัน และถูกพับไปในที่สุด อาเมน!


ภาพนี้ให้ชื่อว่า “ตามเรามาสิ ตามมา มา... มา.. มา... เราจะพาเจ้าไปกินเจ”


และแล้ว... เราก็เดินทางเข้ามาถึงอาณาจักรของคนบุรีรัมย์ “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด”
เราจะขอข้ามส่วนของสนามไอ-โมบาย สเตเดียม ไปเลยนะคะ เพราะคงมีคนมารีวิวเอาไว้เยอะแล้ว ถ้าเพื่อนๆ มองข้ามชะนีชุดขาว ที่แต่งตัวเหมือนจะไปกินเจแล้ว ก็จะเห็นว่าด้านหลังคือปราสาทเขาพนมรุ้งจำลอง ซึ่งตั้งอยู่ในโครงการบุรีรัมย์ คาสเซิล

ปราสาทพนมรุ้งจำลอง แห่งนี้ ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างสนามไอ-โมบาย กับสนามช้างฯ เป็นการจำลองปราสาทหินเขาพนมรุ้ง ขนาด 75% ของของจริง ให้มาตั้งอยู่ภายในบริเวณของสนาม เพื่อให้ง่ายต่อผู้ชมที่เข้ามาชมรายการแข่งขัน

ประมาณว่า...นี่เป็นเพียงอาหารเรียกน้ำย่อย ให้ผู้ที่เข้ามาชมได้มาดูว่า ขนาดของจำลองยังสวยขนาดนี้ ถ้าได้ไปดูของจริงจะสวยขนาดไหน (นี่พูดถึงปราสาทจริงๆ นะ อิอิ) ซึงรอบๆ บริเวณปราสาทนี้ก็จะมีร้านขายของที่ระลึก และร้านอาหารแบรนด์ดังๆ ต่างๆ พร้อมให้บริการอยู่อย่างครบครันเลยค่ะ


อะ... ทักทายกันด้วยภาพของพี่พนักงานรักษาความปลอดภัยก่อนเลยค่ะ

ขอบอกว่าพี่ๆ ซิเคียวริตี้ที่นี่ “ดุ มาก มาก” สมกับความเป็น “มาตรฐานระดับโลก” จริงๆ รถทุกคันที่ผ่านเข้า-ออก ที่นี่ จะได้รับการตรวจตราอย่างเข้มงวด รับรองว่าไม่ใช่แค่เปิดกระเป๋า เอาไฟฉายส่องแน่นอน (อุ๊ย... เก๊าพูดอะไรออกไป)


จริงๆ มุมนี้คือ “มุมบังคับ” ของทุกคนที่เดินทางมาที่นี่เลยก็ว่าได้นะ

แถบขาวๆ เบลอๆ ข้างหลังนั่น จริงๆ คือคำว่า “Destination of Speed” หรือแปลเป็นภาษาไทยสวยๆ ก็คือ “จุดหมายของความเร็ว” ซึ่งไม่ว่าใครที่เดินทางเข้ามาที่นี่ ก็ต้องจอดรถถ่ายคู่กับป้ายนี้กันแทบทุกคน แต่พอดีว่านางแบบในภาพสวยทะลุเลนส์ไปหน่อย ตากล้องของเราเลยมือสั่น ภาพเลยออกมาแบบเบลอๆ

#ถึงภาพเราจะเบลอ #แต่ภาพเธอน่ะชัดเจน ฮิ้ววว...

โอ๊ยยย... ง่วง


ถึงแล้ว... ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต

ภาพที่เห็นอยู่คือ แกรนด์สแตนด์ นะคะ
แกรนด์สแตนด์นี้แบ่งเป็น 3 ชั้นหลักๆ ด้วยกัน ด้านล่างติดกับพื้นดิน จะเป็นส่วนที่เรียกว่า “พิท” ซึ่งก็คือที่อยู่ของนักแข่งและทีมแข่งต่างๆ เป็นห้องของเทคนิเชี่ยน (technician) และนักแข่ง ที่จะต้องใช้เป็นพื้นที่ในการซ่อมแซ่มและปรับจูนเครื่องยนต์

ลักษณะของพิทก็จะเป็นห้องๆ แยกกันไป และจากการสำรวจสำมะโนประชากรชะนีที่ทำงานที่นี่ทุกนาง พวกเราลงความเห็นเป็นมติเอกฉันท์ว่า “พิท” นี่แหละ คือส่วนที่เริ่ดที่สุดของสนามแข่งรถ

ทำไมน่ะเหรอ...?
ก็เพราะที่นี่... คือที่รวบรวมนักแข่งหล่อๆ จากทั่วโลกไงจ้ะ แล้วนักแข่งบางราย พอแข่งเสร็จก็จะมาถอดเสื้อผ้า เปลี่ยนชุดกันที่นี่ล่ะจ้า เพราะอากาศในวันแข่งจริงจะร้อนมากกก โอย...บอกเลย เจอซิกแพ็คแต่ละที ฟินไปสามโลก

ส่วนชั้นที่สอง ที่เห็นกระจกเงาๆ นั่นคือส่วนของห้องทำงานนักข่าว หรือ Media Center และห้องของ VIP
แอบกระซิบว่า VIP ในวงการมอเตอร์สปอร์ตนี่ very important จริงๆ นะเธอ เพราะอย่างที่รู้ๆ มอเตอร์สปอร์ต นี่มันกีฬาของพวกคนรวยชัดๆ ลองไปไล่ดูรายชื่อนักแข่งชาวไทยก็ได้ มีแต่ตระกูลดังๆ ระดับ 1 ใน 5 ของไฮโซเมืองไทยขึ้นไปทั้งนั้น

ค่าตั๋วของแขกระดับพิเศษพวกนี้ บางรายการก็พุ่งไปเป็นหลักหมื่น (ซึ่งสนามช้างฯ นี่ถือว่าขายตั๋วถูกที่สุดในโลกแล้วนะ) ถ้าในอนาคต เราได้จัด Moto GP หรือแม้กระทั่ง F1 จริงๆ ก็ยังไม่รู้เลยว่าราคาจะพุ่งไปถึงไหน

และชั้น 3 ที่เป็นอัฒจันทร์นั่น เรียกว่า "แกรนด์สแตนด์" เฉพาะแกรนด์สแตนด์หลังนี้ สามารถจุผู้ชมได้ร่วมๆ หมื่นคนเลยนะ และเอกลักษณ์ของแกรนด์สแตนด์ของสนามช้างฯ ก็คือมันถูกออกแบบให้ผู้ชมสามารถมองเห็นโค้งในแทร็กได้ครบทั้ง 12 โค้ง ทีเดียวเชียวล่ะ เว่อวังอลังการดีมั้ยล่ะ


ไทยสไตล์... ถ่ายรูปป้าย วนไปค่ะ


คิดมุมถ่ายรูปไม่ออก... บอก “ป้าย” สิคะ


Side Stand คืออัฒจันทร์รอง จะตั้งอยู่ด้านซ้ายและขวาของแกรนด์สแตนด์

Dynamic Area … เอิ่ม... ข้ามไปก่อนนะ

Drift Tack เป็นหรือสนามดริฟท์ แปลตรงๆ ก็เอาไว้แข่งดริฟท์รถนั่นแหละ

ส่วน Supercross ก็คือ สนามฝุ่น หรือสนามสำหรับการแข่งมอเตอร์ไซค์วิบาก ขึ้นเนิน ลงโคลน ใครชอบงานลำบากๆ แนวระเบิดภูเขา เผากระท่อม เชิญที่สนามนี้เลยครับ


เนื่องจากเราไม่มีโดรน และคอปเตอร์ไม้ไผ่ แต่อยากให้ทุกท่านได้เห็นภาพแทร็ค และโค้งทั้ง 12 โค้ง จากมุมบน จึงขออนุญาตก้อปภาพนี้จากอินเตอร์เนตนะคะ (ขอขอบพระคุณเจ้าของภาพมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ)

และนี่ก็คือภาพมุมสูงของแทร็ก และโค้งทั้ง 12 โค้ง ของสนามช้างฯ ค่ะ


จากบนแกรนด์สแตนด์มองไปอีกฝั่งของสนาม จะเห็นภาพหมู่อาคารหน้าตาประหลาดๆ เรียงตัวกันเป็นแถวแบบนี้

อาคารเหล่านี้ จริงๆ แล้วคือ “โรงแรม” นะคะ ชื่อว่า “BRIC BOX HOTEL” มีลักษณะเป็นตู้คอนเทนเนอร์ตั้งเรียงกัน ประมาณ 80 ตู้ แต่ละตู้ก็นับเป็น 1 ห้อง นอนได้ 1 คนถ้วน

จุดขายของ BRIC BOX อยู่ตรงความเป็นโรงแรมที่อยู่ติดกับแทร็คของสนามแข่งรถนี่แหละค่ะ ราคาของห้องพักจึงขึ้นลงตามราคาตั๋วเข้าชมงาน เพราะถือว่าใครได้นอนที่นี่ ก็เท่ากับตีตั๋วริงไซด์ ชมการแข่งขันกันแบบตาติดกับรั้วสนามเลยทีเดียว


เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม... (พี่เบิร์ดก็มา)

ภาพนี้ถ่ายจากมุมหน้าห้องพักของ BRIC BOX เสียดายที่เราขึ้นไปถ่ายภาพกันเล่นๆ เลยไม่ได้เก็บภาพภายในห้องนอนมาด้วย แต่คร่าวๆ ก็คือ ถึงจะเป็นตู้คอนเทนเนอร์ แต่ก็มีเครื่องอุปโภคบริโภคเหมือนกับโรงแรมทุกอย่าง เพราะที่นี่ บริหารงานโดย โรงแรม อมารี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เพราะฉะนั้นจึงมั่นใจได้ถึงมาตรฐานและการบริการค่ะ


อีกที่หนึ่งที่อยากจะพาทุกท่านไปรู้จัก ก็คือที่นี่ “Castle12” ซิ่งมันส์... ทุกวันศุกร์ หรือสนามแข่งรถมอเตอร์ไซค์สำหรับไบค์เกอร์และไบค์เกิร์ล หรือถ้าจะแปลอีกรอบก็คือ สนามแข่งรถสำหรับเด็กวัยรุ่นนั่นเอง

ที่บุรีรัมย์... เรามีการจัดโซน และพื้นที่ในการประลองความเร็วให้กับกลุ่มเด็กวัยรุ่นอย่างเป็นสัดเป็นส่วน เพื่อไม่ให้เด็กๆ กลุ่มนี้ไปจัดการแข่งรถกันเองบนถนน หรือในพื้นที่สาธารณะทั่วๆ ไป เพราะนอกจากจะสร้างความรำคาญให้แก่ประชาชนทั่วไปแล้ว ก็ยังเป็นอันตรายกับตัวของเด็กๆ พวกนี้อีกด้วย


ที่ Castle12 นี้ มีสโลแกนว่า “ที่สุดของใจ ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน”
เด็กๆ ไบค์เกอร์ที่มาลงแข่งที่ Castle12 นี้ สามารถเข้ามาประลองความเร็วกันได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น แต่จะต้องทำตามกฎกติกาที่สนามตั้งไว้อย่างเคร่งครัด เช่น การสวมหมวกกันน็อค และแต่งกายให้เหมาะสม

โดยภายในกิจกรรมนี้ เราจะมีการจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ และรถปฐมพยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ และมาร์แชล ซึ่งก็คือเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยในการจัดการแข่งขันรถระดับมืออาชีพ มาคอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดงานค่ะ


ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงน้ำจิ้มๆ ส่วนน้อยๆ ส่วนหนึ่งของ สนามช้างฯ ที่อยู่ภายใต้อาณาจักรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เท่านั้น

ที่เราตั้งใจเอาภาพและข้อมูลพวกนี้มารีวิว ก็เพราะว่ายังมีนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในบุรีรัมย์ที่น้อยเหลือเกิน ที่จะรู้จักสนามแห่งรถมาตรฐานโลกแห่งนี้ ซึ่งเราก็หวังว่า ในโอกาสต่อๆ ไป ถ้าท่านได้มีโอกาสผ่านมาที่บุรีรัมย์อีกครั้ง ท่านจะได้แวะเข้ามาเยี่ยมเยียนพวกเรา ที่สนามช้างฯ แห่งนี้บ้างนะคะ


ขอลากันไปด้วย พระรูปหล่อของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ในขณะที่ทรงผนวช ซึ่งรูปหล่อนี้ประดิษฐานอยู่ ณ บริเวณหน้าสนามไอ-โมบาย สเตเดียม เป็นที่สักการะของชาวเมืองบุรีรัมย์ และบรรดานักท่องเที่ยวที่แวะมาเยี่ยมชมสนามค่ะ

สำหรับวันนี้ สวัสดี บุญรักษาค่ะ


ขอขอบพระคุณภาพและเนื้อหาจาก คุณ Miss Tawanee

และ เว็บไซด์ pantip