Search

Motogp

ทากาอากิ นาคากามิ ทีม LCR Honda Idemitsu รถแข่ง Honda RC213V หมายเลข 30

MotoGP

นับตั้งแต่การสูญเสีย ไดอิจิโร่ กาโต้ ในช่วงต้นปี 2003 ก็มีคำกล่าวว่าวงการมอเตอร์สปอร์ตญี่ปุ่นจะต้องรออีกถึง 50 ปี จึงจะมีนักแข่งชั้นยอดลงแข่งขันในระดับพรีเมียร์คลาส แม้ในช่วงที่ผ่านมาจะมีนักแข่งญี่ปุ่นบางคนได้โอกาสลงแข่งในรุ่น MotoGP แต่ก็ไม่สามารถทำผลงานได้ตามที่หวัง จนในช่วงหลังมานี้นักแข่งญี่ปุ่นที่ลงแข่งขันแบบเต็มฤดูกาลในระดับพรีเมียร์คลาสจึงแทบไม่มีให้เห็น และในฤดูกาล 2018 ก็เป็นที่น่าสนใจอีกครั้งเมื่อนักแข่งจากรุ่น  Moto2 อย่าง ทากาอากิ นาคากามิ จะได้ย้ายขึ้นมาแข่งในรุ่น MotoGP





ด้วยการวางระบบโครงสร้างของวงการแข่งขันในประเทศญี่ปุ่นที่มีสเตปให้นักแข่งได้พัฒนาทักษะความสามารถอันหลากหลาย เช่นเดียวกับนักแข่งญี่ปุ่นทั่วไปที่ ทากาอากิ นาคากามิ เริ่มต้นตั้งแต่ขับขี่ในระดับ minibike จนสามารถก้าวเข้าสู่การแข่งขันในระดับชิงแชมป์ประเทศญี่ปุ่น หรือ ที่รู้จักกันดีชื่อ All Japan ด้วยรุ่นการแข่งขัน GP125 ในปี2005 จนสามารถจบฤดูกาลเป็นอันดับ 3 ด้วยสถานะรุกกี้ของรุ่น ก่อนที่ในฤดูกาลถัดมาปี 2006 เขาก็กลายเป็น GP125 Champion ที่มีอายุน้อยที่สุดของญี่ปุ่นโดยชนะการแข่งขันทุกเรซที่ลงแข่ง  นอกจากลงชิงชัยใน All Japan แล้วเขายังได้รับโอกาสเข้าร่วมฝึกใน MotoGP Academy ที่เป็นครั้งแรกที่เปิดโอกาสให้นักแข่งจากนอกยุโรปได้มีโอกาสลงแข่งใน CEV 125GP Series ที่จะชิงชัยกันในประเทศสเปน และในฤดูกาลถัดมา 2007 เขาก็ตัดสินใจเข้าแข่งขันใน CEV125GP อย่างเต็มฤดูกาลด้วยสถานะของนักแข่งของ MotoGP Academy และสามารถพัฒนาผลงานได้ดีขึ้นจากอันดับ 12 ในปีแรกก็ขยับขึ้นมาจบฤดูกาลที่ 2 นี้ด้วยอันดับ 6 จนส่งผลให้เขาได้มีโอกาสรับสิทธิ์ไวด์การ์ด ลงแข่งในรุ่น 125 c.c.World Championship เป็นครั้งแรก





ด้วยพัฒนาการที่ดีจึงมีส่วนผลักดันให้ในปี 2008เขาได้ก้าวเข้าเป็นนักแข่งใน Grand Prix อย่างเต็มตัว โดยร่วมแข่งขันในรุ่น 125c.c. 2 ปีระหว่าง 2008-2009 ทำผลงานเป็นอันดับที่ 24 และ 16  ก่อนที่ในปี 2010 เขาตัดสินใจกลับญี่ปุ่น ไปร่วมแข่งขันใน All Japan รุ่น Japanese ST600 ก่อนที่ในฤดูกาลถัดมาปี 2012 เปลี่ยนมาแข่งในรุ่น J-GP2




และแล้ว ทากาอากิ นาคากามิ ก็กลับคืนสู่สังเวียน Grand Prix อีกครั้งกับรุ่นการแข่งขัน  Moto2 เมื่อได้เข้าเป็นนักแข่งเต็มตัวของทีม Italtrans Racing Team โดยในปี 2012 จบฤดูกาลด้วยอันดับ 15 และ ปี 2013 จบฤดูกาลด้วยอันดับ 8 จนกระทั่งได้รับการเลือกโดยอดีตนักแข่งญี่ปุ่นชื่อดังอย่าง ทาดายูกิ โอกาดะ ให้เข้ามาร่วมงานกับโครงการพัฒนานักแข่งเอเชียของ Honda ด้วยการลงชิงชัยในรุ่น Moto2 กับทีม Honda Team Asia ซึ่งในฤดูกาลแรกกับทีมปี 2014 นั้นเขาทำผลงานได้ด้วยการรั้งอันดับ 22 ของตารางคะแนนเท่านั้น ก่อนที่จะสามารถปรับตัวและพัฒนาทักษะเพิ่มขึ้นจน 3 ปีหลังสุดสามารถยืนหยัดได้ในกลุ่ม Top10 โดย ปี 2015 จบด้วยอันดับ 8 , ปี2016 จบด้วยอันดับ 6 , และในปี 2017 ที่ผ่านมา จบฤดูกาลด้วยอันดับ 7 ก่อนที่จะได้รับการผลักดันให้ก้าวขึ้นสู่รุ่น MotoGP ในฤดูกาล 2018 ที่กำลังจะมาถึงนี้
สำหรับการก้าวขึ้นไปเป็นนักแข่งในระดับพรีเมียร์คลาสนั้น เขาได้เข้าร่วมทีม LCR Honda ซึ่งเป็นทีมแข่งที่ยังเหลือโควต้ารถแข่งอีกหนึ่งคัน เพราะ 2 ฤดูกาลที่ผ่านมาด้วยสภานะทางการเงินที่ไม่มีผู้สนับสนุนที่มากพอ ดังนั้นทีม LCR Honda  จึง “ทำรถแข่งเพียงคันเดียว” ดังนั้นในฐานะนักแข่งที่อยู่ภายใต้โครงการพัฒนานักแข่งเอเชียในทีม Honda Team Asia ที่มีผลงานสม่ำเสมอและดีพอที่จะสนับสนุนขึ้นสู่ระดับพรีเมียร์คลาส “รถแข่งคันที่ 2” ของทีม LCR Honda จึงมีเพิ่มขึ้นมาสำหรับนักแข่งญี่ปุ่นที่ชื่อ ทากาอากิ นาคากามิ  ซึ่งมาพร้อมกับ “สปอนเซอร์” ที่ร่วมสนับสนุนตั้งแต่แข่งใน Moto2 นั่นเอง
กับประสบการณ์ 6 ฤดูกาลเต็ม ของเขา จะเพียงพอที่จะก้าวขึ้นมาเป็น ยอดนักแข่งญี่ปุ่นในระดับพรีเมียร์คลาสได้หรือไม่นั้น เวลาหนึ่งปีของสัญญา ที่ได้รับนั้น จะชี้วัดด้วยผลงานในสนามแข่งขันเพื่อชี้ชะตาว่า “จะได้ไปต่อหรือไม่”    
ข้อมูลส่วนตัว
เกิด : 9 กุมภาพันธ์ 1992
สถานที่เกิด : เมืองชิบะ ประเทศญี่ปุ่น 
สูง : 1.74 ม.
น้ำหนัก  : 66 ก.ก.
Twitter : https://twitter.com/takanakagami30


motogp