Search

Motogp

บันทึกประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตโลก บนแผ่นดินบุรีรัมย์

MotoGP

แทร็คช้างฯ เซอร์กิต ก้าวแรกของนักแข่งอาเซียนสู่รุ่นแข่ง MotoGP

 สนามแข่งช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์ ได้กลายเป็นสถานที่แห่งการสร้างตำนานใหม่มอเตอร์สปอร์ตโลก กับการเริ่มต้นก้าวแรกของนักแข่งอาเซียน ฮาฟิซช์ ไซอาห์ริน จากมาเลเซีย ในการลงทดสอบเพื่อคัดตัวเข้าร่วมแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลกในรุ่น MotoGP กับทีมมอนสเตอร์ยามาฮ่าเทค 3 และตลอดระยะเวลา3 วันบนแทร็คช้างฯเซอร์กิต ฮาฟิซช์ ไซอาห์ริน ประสบความสำเร็จกับการทำงาน จนสุดท้ายสามารถผ่านการทดสอบจากทางทีมเทค 3 และได้รับเลือกให้เป็นนักแข่งฟูลซีซั่นของทางทีม




 ซึ่งส่งผลให้ ฮาฟิซช์ ไซอาห์ริน เป็นนักแข่งจากภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ของโลกคนแรกที่ได้เข้าร่วมแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลกในรุ่นพรีเมียร์คลาสได้สำเร็จ
 และประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตโลกหน้าใหม่ถูกเขียนขึ้นบนแผ่นดินบุรีรัมย์ !!!

 นี่เป็นเรื่องราวของ ฮาฟิซช์ ไซอาห์ริน กับความสำเร็จในสนามแข่งระดับโลกของคนไทย
 ผลงานใน 3 วันของ ฮาฟิซช์ ไซห์อาริน กับการลงขี่รถแข่งMotoGP Yamaha YZR-M1  เป็นไปอย่างสวยงามและน่าทึ่ง สำหรับแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกที่เฝ้าติดตามชมการซ้อมปรีซีซั่นในแทร็คช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศไทย โดยการลงแทร็คกับรถแข่ง YZR-M1 สีดำหมายเลข 55 ในชั่วโมงแรกคือการทำความรู้จักกันระหว่างแมนแอนด์แมชชีน ฮาฟิซช์ ทำเวลา 1’35.960 นาที ห่างจากหัวแถวถึง 5.3 วินาที และในชั่วโมงถัดมากับความคุ้นเคยที่เพิ่มขึ้นเวลาต่อรอบลดลงมาอยู่ที่ 1’35.577 นาที ตามหัวแถวอยู่ 4.1 วินาที ชั่วโมงที่ 3 ของนักแข่งมาเลเซียกับรถแข่งMotoGP ยังไปได้สวย เวลาลงมาอยู่ 1’34.041 นาที ห่างหัวแถว 3.129 วินาที ชั่วโมงที่ 4 ถึงชั่วโมงที่ 6 เป็นช่วงที่พื้นแทร็คสุดร้อน แม้ว่าเวลาจะยังไม่ลงแต่ ฮาฟิซช์ ก็มุ่งมั่นทำความรู้จักกับรถแข่งกรังด์ปรีซ์ 1000cc.อย่างต่อเนื่อง เข้าสู่ชั่วโมงที่ 7 ของวันแรกแทร็คเริ่มเย็นลง และเวลาต่อรอบของฮาฟิซช์ก็ลดลงมา1’33.706 นาที ก่อนจะลงมาอีกครึ่งวินาทีในชั่วโมงสุดท้ายของวันอยู่ที่ 1’33.165 นาที มีระยะห่างจากหัวแถว 2.3 วินาที และห่างจากรุคกี้ออฟเดอะเยียร์ อย่างโธมัส ลูธิกับซาเวียร์ ซิมิออน ประมาณครึ่งวินาที




 “วันนี้เป็นวันแรกของผมในรุ่นMotoGP และเราได้ทำงานที่มหัศจรรย์ร่วมกันกับทีม ผมรู้สึกดีกับรถแข่งและทีมงาน พวกเขาทำงานอย่างหนักทำให้ผมประทับใจในการขี่รถแข่งMotoGPครั้งแรกของผม ในแต่ละครั้งที่ผมได้ออกไปบนสนามพวกเราสามารถที่จะทำเวลาได้ดีขึ้นซึ่งมันสำคัญมากสำหรับผม ผมพยายามที่จะทำให้มันดีขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจกับตัวรถ วันนี้พวกเราวิ่งได้หลายรอบและได้ฝึกการออกสตาร์ทมันน่าสนใจมากในการที่หาทางควบคุมรถแข่ง แต่อย่างไรก็ตามผมก็ยังคงต้องหาความมั่นใจเพิ่มขึ้น”

 วันที่ 2 ของการลงซ้อม ฮาฟิซช์ ไซอาห์ริน ยังเดินหน้าอย่างมุ่งมั่นในการก้าวสู่ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ของชีวิตอย่างต่อเนื่อง และนักบิดวัย 23 ปีของมาเลเซีย ทำผลงานได้อย่างน่าสนใจกับการพัฒนาการเรียนรู้กับสุดยอดรถแข่งที่เร็วสุดของโลก ซึ่งเวลาต่อรอบลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดจนสามารถขยับเข้าใกล้เพื่อนร่วมแทร็คโมโต 2 เทิร์นโปร โธมัส ลูธิ และซาเวียร์ ซิเมออน ได้อย่างรวดเร็ว




 ชั่วโมงแรกของวันที่ 2 ฮาฟิซช์ ทำเวลาได้ 1’32.639 นาที จากการวิ่งในรอบที่ 11 ของวันดีขึ้นกว่าวันแรกประมาณครึ่งวินาที ชั่วโมงที่ 2 เวลายืนที่  1’32.477 นาที ชั่วโมงที่ 3 เวลาทะลุลงมาอีกเกือบครึ่งวินาทีอยู่ที่ 1’31.998 นาที ชั่วโมงที่ 4 จนถึง ชั่วโมงสุดท้าย ทีมเทค 3 เริ่มมีการทดลองการเซ็ทรถใหม่ ๆ ให้กับนักบิดหนึ่งเดียวแห่งอาเซียนได้ทดลองลงวิ่งบนแทร็คช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์ เพื่อดูข้อมูลความแตกต่างเพิ่มขึ้น โดยเวลาดีสุดของวันอยู่ที่ 1:31.998 นาทีในอันดับ 23 ของแทร็คทิ้ง ซาเวียร์ ซิเมออน อยู่ 0.269 วินาที และตามหลัง โธมัส ลูธิ เพียงแค่ 0.004 วินาที โดยห่างจากอันดับ 1 มาร์ค มาร์เกซ อยู่ 2.029 วินาที




 “ผมรู้สึกดีในวันนี้ เราได้พัฒนาความสามารถของเราไปทีละขั้นอย่างที่เราตั้งใจไว้ เช้าวันนี้ผมรู้สึกดีเป็นอย่างมากที่สามารถทำเวลาได้เร็วขึ้นกว่าวันแรกแต่โชคไม่ดีที่ในตอนบ่ายผมทำผิดพลาดเล็กน้อยในโค้งที่7 ทำให้เสียจังหวะการขี่ที่กำลังไปได้ดี แต่ผมพยายามที่จะเรียนรู้จากประสบการณ์ สำหรับวันพรุ่งนี้ผมต้องการที่จะลองบางสิ่งบนรถแข่งอีกครั้ง และผมหวังว่าผมจะสามารถหาความรู้สึกที่ดีได้เหมือนในเช้าวันนี้...”

 วันสุดท้ายของการออดิชั่นสู่เกมพรีเมียร์คลาสกรังด์ปรีซ์ ที่เป็นสุดยอดของโลกสำหรับเกมแข่งรถมอเตอร์ไซค์ ฮาฟิซช์ ไซอาห์ริน เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความตั้งใจพร้อมมุ่งมั่นก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดในความเป็นนักแข่งอาเซียน สู่ความเป็นนักแข่งรุ่นใหญ่สุดของโลก




 ในชั่วโมงแรกของวันที่ 3  ทำเวลามาที่ 1’32.378 นาทีและ ชั่วโมงที่ 2 ลงมาเสี้ยววินาที 1’32.187 นาที ชั่วโมง 3 ลงมาใกล้เคียงกับเวลาดีที่สุดของวันที่สอง 1’31.996 นาที และในชั่วโมง 4 เวลาลงมาอยู่ที่ 1’31.537 นาที ซึ่งหลังจากทำเวลาได้แล้วทางทีมมอนสเตอร์ยามาฮ่าเทค-3 ได้เรียก ฮาฟิซช์ ไซอาห์ริน กลับเข้าพิทและยุติการซ้อมลงตั้งแต่เที่ยงวัน โดยในวันสุดท้ายนี้ ฮาฟิซช์ ทำการลงวิ่งเพียงแค่ 47 รอบเท่านั้น

  “ผมรู้สึกพอใจมากเราทำงานค่อนข้างหนักและผมรู้สึกคุ้นเคยกับเครื่องยนตร์ของโมโตจีพี แม้ว่าจะเป็นครั้งแรกของผม สำหรับการลงขี่รถแข่งรุ่นใหญ่ในประเทศไทย ผมว่าเรามีพัฒนาขึ้นทุกวันและทุกครั้งที่ผมได้ขี่ออกไป ในช่วงสุดท้ายเรามีผลงานก้าวหน้าอย่างมากและนี่คือจุดมุ่งหมายของผม สองวันที่ผ่านมาก็ไม่ได้แย่มากนักแต่ผมมั่นใจว่าเราสามารถทำได้มากกว่านี้ ผมรู้สึกมีความสุข และหวังว่าจะได้เจอกับทีมงานอีกครั้งในเร็วๆนี้ ผมต้องขอบคุณทุกคนในทีมมอนสเตอร์ ยามาฮ่าเทค 3 ที่ให้ข้อมูลทุกอย่างกับผม รวมถึงโยฮันน์ ที่ช่วยให้ผมพัฒนาได้เยอะมาก และที่สำคัญต้องขอบคุณฮาฟ พอลชาราล ผจก.ทีมและทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องสำหรับโอกาสนี้ และผมหวังว่าจะมีสามารถร่วมการผจญภัยที่วิเศษต่อไป...”




 เมื่อสรุปผลงานทั้ง 3 วันกับการทำงานของ ฮาฟิซช์ ไซอาห์ริน เป็นไปได้อย่างน่าประทับใจ โดยอยู่ในอันดับที่ 22 จากนักแข่งที่ลงซ้อม 24 คน โดยมีระยะเวลาห่างจาก ดานี่ เปโดรซ่า ผู้ทำเวลาดีที่สุดอยู่ประมาณ  1.7 วินาที
 “ผมหวังว่า ผมจะได้ไปที่กาต้าร์ ผมพร้อมและเริ่มตกหลุมรักรถแข่งMotoGP และผมหวังว่าผมจะได้แข่งรถร่วมแทร็คกับตำนานอย่าง มาร์เกซ,รอสซี่,ลอเรนโซ่ เพราะว่านักแข่งเหล่านี้คือสุดยอดของโลก สำหรับผมนี่เป็นเพียงแค่เริ่มต้น ผมพยายามและต้องการที่จะเรียนรู้และใช้เวลาเก็บประสบการณ์ให้มากที่สุด...

 ....ไม่ใช่เรื่องง่ายในการปรับตัวเข้ากับสไตล์การขี่รถแข่ง MotoGP แต่ผมพยายามที่เรียนรู้และเปลี่ยนแปลงสไตล์ คุณต้องยกรถให้เร็วตอนออกจากโค้งและเปิดคันเร่งให้เร็ว และท้ายสุดผมรู้สึกดีกับรถแข่ง ในวันสุดท้ายผมพยายามจะตามนักแข่งคนอื่น ๆ ซึ่งเป็นการดีที่ได้เห็นสไตล์การขี่ และนำมาลองตอนที่ขี่คนเดียวอีกครั้งนี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดของผม โดยแก้ไขการขี่ในแต่ละแซสชั่นทีละเล็กละน้อย ซึ่งก็ทำให้ทำเวลาต่อรอบได้ดีขึ้น...
 ก่อนจะมาที่บุรีรัมย์ ผมคิดว่าจะห่างประมาณสัก 3 วินาทีจากหัวแถว ผมเคยเห็นบางคนที่ขึ้นมาขี่ MotoGP ห่างจากหัวแถวประมาณ 2-3 วินาทีแต่สุดท้ายผมทำได้ 1.7 วินาที มันเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจสำหรับผมมากและมันก็ดีมากเลย ผมไม่แน่ใจอาจจะเป็นเพราะสนามแข่งช้างฯ เซอร์กิต หรือเปล่า? แต่สนามนี้จะว่าไปก็ไม่ยากหรือไม่ง่ายนัก มันอยู่ระดับกลาง ๆ  แต่ผมสามารถทำเวลาลงมาได้ถึง 2 วินาทีจากวันแรกทำให้ผมมีความสุขมากและผมมีการเชื่อมต่อที่เป็นหนึ่งเดียวกับรถแข่งได้ดี...




 ...ทุกคนในทีมเหมือนครอบครัว ให้ความสำคัญและสนใจกับผมมาก ทำให้เราทำงานได้ผลลัพธ์ที่ดีตอบกลับมา...”
 ฮาฟิซช์ ไซอาห์ริน เปิดเผยอีกครั้งหลังจากการซ้อมได้เสร็จสิ้นลงไป
 และผ่านไปได้เพียงแค่ 3 วันเท่านั้นทางทีมมอนสเตอร์ยามาฮ่าเทค3 ได้ทำการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการถึงการตัดสินใจที่จะเลือก ฮาฟิซช์ ไซอาห์ริน เป็นนักแข่งคนที่ 2 ของทีมในปี 2018 แทนที่ โจนาส โฟเกอร์ นักบิดเยอรมัน
 ฮาฟ พอลชาราล ผจก.ทีมมอนสเตอร์ยามาฮ่าเทค 3 ได้เปิดเผยว่า

 “ผมรู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจที่ได้ให้โอกาสกับเขาและผมรู้ว่านี่เป็นประวัติศาสตร์ เพราะป็นครั้งแรกที่นักแข่งมาเลเซียกำลังจะลงแข่งเต็มฤดูกาลกับรุ่นแข่ง MotoGP  เรารู้ว่ากีฬาของเราเป็นที่นิยมมากMotoGP คืออีกหนึ่งของกีฬาที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก




 ที่เซปัง เซอร์กิต ผมได้พบกับ ราซแลน ราซาลี่ เราได้คุยกัน และเขาก็มีไอเดียที่น่าทึ่ง ซึ่งมันก็เป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของผม ต้องขอขอบคุณ ราซแลน ราซาลี่ สำหรับพลังงานแห่งความมุ่งมั่นกับ MotoGP และให้การสนับสนุนฮาฟิซช์ ให้ก้าวขึ้นสู่การแข่งขันระดับสุดยอดของMotoGP

 ผมต้องโน้มน้าวให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับทีมเราได้เห็นว่าฮาฟิซช์น่าจะเป็นนักแข่งที่ดีได้ เราให้ความสำคัญกับเขามากในตลอดทั้ง 3 วันที่บุรีรัมย์และเขาเองก็ทำงานอย่างหนักมาก เพื่อให้บรรลุภารกิจสำคัญ และยามาฮ่าและทางทีมงานเทค 3 ก็พึงพอใจกับผลงานของเขา




 ผมจะบอกกับเขาว่า เราจะดูแลคุณอย่างลูกชายของเรา ผมแน่ใจว่าเราจะมีฤดูกาลอันยอดเยี่ยมที่ให้เขาได้เรียนรู้จากทีมของเราและโยฮันน์ ซาร์โก้ ต้องขอขอบคุณสำหรับความกระตือรือร้นของคุณสำหรับการมีส่วนร่วมกับเรา ผมอดใจไม่ไหวและอยากจะเห็นคุณกับรถแข่งของเราที่กาต้าร์...”

 และนี่เป็นความรู้สึกของ ฮาฟิซช์ ไซอาห์ริน เมื่อได้รับทราบข่าวดีตามที่เขาได้คาดหวังไว้
 “เป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างมากในชีวิตของผม... เมื่อได้ข่าวคอนเฟิร์มว่าผมได้ร่วมเป็นนักแข่งของทีมมอนสเตอร์ยามาฮ่าเทค 3 หลังจาก 3 วันที่น่าสนใจในการทดสอบที่บุรีรัมย์ ผมได้เรียนรู้อย่างมากมาย ผมอยากจะขอบคุณทีมงานแมคคานิคส์อีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนิโก้และมักซิเม รวมถึงคำแนะนำจากโยฮันน์และลอเรนท์ในช่วงเวลาสั้น ๆผมได้เข้าใจกับการขี่รถแข่ง MotoGP ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งยังเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อสำหรับผมว่าจะทำได้มากมายถึงขนาดนี้

 ผมพยายามทำให้ดีที่สุดสำหรับทุกสิ่งในปีนี้ ผมอยากขอบคุณ ฮาฟ,ยามาฮ่ามอเตอร์,มอนสเตอร์และทีมงานเทค 3 ที่เชื่อมั่นในตัวผมและให้โอกาสอันยอดเยี่ยมกับการแข่งขัน MotoGP เต็มฤดูกาลและรวมถึงครอบครัวของผมที่ให้กับสนับสนุนผมเสมอเพื่อทำความฝันให้เป็นจริงโดยเฉพาพ่อของผม และของคุณแฟนคลับของผม แน่นอนสำหรับ ราซแลน ผมรอคอยการทดสอบอีกครั้งที่กาต้าร์...”
 โยฮันน์ ซาร์โก้ ผู้ที่เคยเป็นคู่แข่งขันในโมโต 2 และในปี 2018 นี้จะมาเป็นทีมเมทร่วมกัน ได้กล่าวถึงการเข้ามาในทีมของ ฮาฟิซช์ ไซอาห์รินว่า

 “ดูเขามีความสุขมากเลย...ผมหวังว่าจะสามารถที่จะเก็บเขาไว้ได้ในฤดูกาลนี้ เขาเป็นคนดีมีความถ่อมตนเป็นอย่างมากและเขาขี่รถแข่งได้คลีนและสมูธมาก ซึ่งจะทำให้เขามีโอกาสเติบโตได้เร็วขึ้น มันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ดูเหมือนว่าเขามีโอกาสที่จะดีขึ้นได้มาก เขายังหนุ่มและมีความนอบน้อมมากเลย ผมยินดีที่เขาพร้อมจะมาร่วมทีมกับเรา”


 นิโคลัส โกยอน หัวหน้าทีมแมคคานิคส์ ได้เผยถึงการอยู่ร่วมกันบนภาระหน้าที่ในสนามแข่งช้างฯเซอร์กิต กับ 3 วันที่ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน
 “เริ่มต้นเราไม่รู้เลยว่าจะคาดหวังสิ่งใด แต่เรารู้สึกประหลาดใจ และเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ เพราะเขาฟังเราและเขาเปลี่ยนวิธีการขี่รถแข่งในการทดสอบซึ่งเป็นสิ่งที่ดีสำหรับพวกเรา ไม่ใช่วีคเอนท์ที่ง่ายดายเลยสำหรับเขา ครั้งสุดท้ายกับรถแข่งMoto2 ที่บาเลนเซียเมื่อปีที่แล้ว และต้องมาพบกับทุกอย่างที่ใหม่หมดทั้งรถแข่งและสนามแข่งใหม่ ผมคิดว่าสไตล์การขี่ที่เป็นธรรมชาติของเขาเหมาะกับรถแข่ง เขาขี่รถค่อนข้างสมูธซึ่งเหมาะสมกับยามาฮ่า

 เรายังมีเวลามากพอในการปรับ YZR-M1 เรายังไม่ได้เล่นกับอุปกรณ์อิเล็กทอร์นิกส์มากนักกับรถแข่งของเขาช่วงท้าย ๆ เรามีการลองบ้างเล็กน้อยและมันก็ช่วยเหลือให้กับเขาได้มาก บนรถแข่งMotoGP คุณยังมีอะไรสามารถเล่นได้อย่างมากมาย แต่นี่เป็นการเริ่มต้น ซึ่งเรายังมีอะไรอีกมากมายสำหรับการเติมให้กับรถแข่งเขาแน่นอน...”
 ราซแลน ราซาลี่ ผู้จัดการส่วนตัวของฮาฟิซ


Motogp, Motogp2018, Chang International Circuit